ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะกันก่อนซึ่งผู้ป่วยหลายๆคนมักมีความสับสนกันระหว่างยาฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะ เพราะบางครั้งการติดเชื้อและการอักเสบอาจมาคู่กัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่อักเสบต้องมีการติดเชื้อก็เป็นได้ ดังนั้นจึงควรแจ้งอาการกับเภสัชกรอย่างละเอียด
ยาปฏิชีวนะ คือ
ยาปฏิชีวนะคือ ยาที่ใช้รักษาการติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย ยาเหล่านี้มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีฤทธิ์ต่อแบคทีเรียที่แตกต่างกัน ยาปฏิชีวนะบางชนิดสามารถฆ่าแบคทีเรียได้ ขณะที่อีกหลายชนิดอาจจะยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและรอให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายมากำจัดเชื้อแบคทีเรียออกไป
ยาปฏิชีวนะต่างจากยาแก้อักเสบ ยาแก้อักเสบเป็นยาที่ใช้ลดการอักเสบ ยาเหล่านี้ไม่ได้ฆ่าแบคทีเรีย แต่ช่วยลดอาการต่างๆ เช่น อาการปวด บวม และแดง ยาแก้อักเสบมีหลายชนิด ยาบางชนิดสามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ยาบางชนิดต้องได้รับใบสั่งแพทย์เท่านั้น
ทำไมการทานยาปฏิชีวนะให้ครบโดสจึงสำคัญ?
กำจัดแบคทีเรียจนหมดสิ้น: อย่าปล่อยให้แบคทีเรียหลบซ่อน! การทานยาครบทุกโดสจะช่วยกำจัดแบคทีเรียและป้องกันไม่ให้มันกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่รักษายากขึ้น
การทานยาปฏิชีวนะไม่ครบโดสอาจส่งผลดังนี้:
- การติดเชื้ออาจไม่หายขาด
- อาการป่วยอาจกลับมาอีก
- แบคทีเรียอาจดื้อยาปฏิชีวนะ
- อาจเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น
ซึ่งทั้งหมดนี้ จะทำให้การรักษาของผู้ป่วยในครั้งต่อๆไปยากยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องใช้ยาที่ครอบคลุมเชื้อที่ดื้อยา รวมถึงราคายาที่แพงยิ่งขึ้น
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องทานยาปฏิชีวนะให้ครบโดส แม้ว่าคุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม
ข้อควรระวัง
- รับประทานยาปฏิชีวนะตามเภสัชกรหรือแพทย์สั่ง ห้าม รับประทานยาเอง
- รับประทานยาปฏิชีวนะจนครบโดส ห้าม หยุดทานยาเอง
- แจ้งเภสัชกร หากมีอาการแพ้ยา
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะ สามารถปรึกษาเภสัชกรได้
เพิ่มเติม
- ยาปฏิชีวนะ ไม่ได้ รักษาโรคที่เกิดจากไวรัส
- ยาปฏิชีวนะ ไม่ได้ ช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น
- ยาปฏิชีวนะแต่ละชนิดอาจมีผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไป เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง จะช่วยให้หายจากการติดเชื้อได้เร็วขึ้น และป้องกันการดื้อยาปฏิชีวนะ
หากมีข้อสงสัยอื่นๆ สามารถสอบถามได้ทางไลน์
กดลิงค์นี้: https://lin.ee/A1ZHHSf
หรือแอดไลน์ @happylifep (อย่าลืมเครื่องหมาย @ ข้างหน้า)