อย่างแรกเลยต้องบอกก่อนว่า “ควร”ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดถึงแม้อาจจะเจอผลข้างเคียงได้ เพราะการป่วยจากวัคซีนจะรุนแรงกว่าการฉีดวัคซีน
ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอันที่จริงก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายเรากำลังสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมีผลข้างเคียง บางคนอาจมี บางคนไม่มีแตกต่างกันไป
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ
1. เกิดบริเวณที่ฉีด เช่น ปวด บวม แดง ร้อน
2. เกิดทั่วร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หนาว สั่น คลื่นไส้

คำถาม: ถ้าเกิดผลข้างเคียงแล้วทำอย่างไรดี?
1. ถ้าเกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน -สามารถรับประทานยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล, ไอบูโพรเฟน ได้
2. ถ้าเป็นผื่นคัน ใช้ยาแก้แพ้ เช่น คลอเฟนนิรามีน เซทิไรซีน ลอราทาดีน ได้
แต่ต้องย้ำว่า ให้รับประทานเมื่อมีอาการปวดแล้วเท่านั้น ไม่แนะนำให้รับประทานก่อนไปฉีดยา เนื่องจากเคยมีการศึกษาจากการศึกษา(ของวัคซีนอื่น) ว่าอาจทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่
คำถาม: ถ้าฉีดเข็มแรกมีผลข้างเคียง เข็มสองจะเป็นอย่างไร?
โดยส่วนใหญ่แล้วผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 จะหนักกว่าเข็มแรก ซึ่งเป็นการบอกถึงร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกัน และจะหายไปในเวลาไม่กี่วัน
คำถาม: แล้วผลข้างเคียงแบบไหนที่ต้องรีบปรึกษาคุณหมอ?
เมื่อมีผลข้างเคียงเล็กๆน้อยๆ อาจไม่จำเป็นต้องรีบติดต่อคุณหมอ แต่หากผลข้างเคียงเช่น
1. กดเจ็บ หรือ แดง บริเวณที่ฉีด มีอาการรุนแรงขึ้นหลังฉีดวัคซีน 24 ชั่วโมง
2. เป็นไม่มากแต่เป็นไม่หายในหลายวันผ่านไป
แต่ถ้าผลข้างเคียงรุนแรง หายใจไม่ออก ปวดมาก ไข้ขึ้นสูงปรี๊ด รีบกลับไปาคุณหมอ
อ้างอิงจาก
Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/vaccines/expect/after.html

Leave a Reply